บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

วันสำหรับช่วยเพื่อนที่มองไม่เห็น..มีได้ทุกวัน

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2562 - 17:24 น.
AA 26

เมื่อวานนี้ จากที่เห็นข่าวนายกฯลุงตู่ ไปทำกิจกรรมส่งเสริมการช่วยเหลือคนตาบอดที่มูลนิธิคนตาบอดฯ แห่งประเทศไทย (จริง ๆ วันผู้พิการ คือ 3 ธันวา ของทุกปี)

แอดนกก็เลยอยากเล่าเรื่องประสบการณ์กับเพื่อน ๆ ที่ตาไม่เห็น เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนพี่น้องที่กำลังอ่านอยู่ทุกคน 




ย้อนไปสักยี่สิบกว่าปี จำได้ว่า ตัวเองไปเดินเล่น B2S Central World เนื่องจากชอบบรรยากาศการอยู่ท่ามกลางหนังสือ.. แล้วบังเอิญหันไปเห็นห้องกระจกใส สวยเก๋ ติดป้ายใหญ่ว่าสำหรับอ่านหนังสือเสียง.. Books For Blinds


ภายในมีอุปกรณ์ครบชุดสำหรับการอัดเสียง และมีหนังสือ 4-5 เล่มที่ผ่านการขออนุญาตอัดเป็นไฟล์เสียงจากสำนักพิมพ์แล้วเรียบร้อย มีทั้งนิยายโรแมนติก เรื่องสั้น หนังสือธรรมะ ฯลฯ ในห้องแอร์ที่บุวัสดุกันเสียงไว้เรียบร้อย




ตามกติกาที่นั่น คือ คนหนึ่ง ๆ จองคิวได้ไม่เกิน 1 ครั้งในแต่ละเดือน อ่านได้ 1 ชั่วโมง มีสมุด log book ทำให้คิวไม่มีซ้ำซ้อน เพราะมีพี่จนท. B2S ดูแลจุดนี้ให้

แอดสนุกกับการอ่านหนังสือให้คนตาบอดที่นี่หลายปี (แอบจองคิวให้เพื่อนด้วยก็บ่อย) จนจบเภสัชฯ แล้วไปใช้ทุนต่างจังหวัด (รู้สึกตัวเองจะเป็นรุ่นใช้ทุนท้าย ๆ) ก็ทำให้เว้นระยะทำกิจกรรมอ่านหนังสือคนตาบอดไปบ้าง


ช่วงปีหลัง ๆ ที่ไปอ่านสักเกือบ 10 ปีที่แล้ว จำได้ว่าเคยอ่านการ์ตูนเรื่อง เพอร์ซี่แจ็กสัน ด้วย (ซึ่งมันดังหลัง แฮร์รี่ พอตเตอร์ เนาะ)

และครั้งสุดท้ายที่ไปเมื่อสัก 6-7 ปีที่แล้วมั้ง ไปกับเพื่อนพิเศษในช่วงเวลานั้น (ถือว่าเป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่ได้ทำกุศลด้วยกัน) 


แล้วห้องกระจกนั้น ก็มีเหตุให้เครื่องเสียยาว..นาน.. จน ไม่ได้ไปอีกเลย





นั่นคือ จุดเริ่มต้นของการทำกิจกรรมอาสาเพื่อคนตาบอด ที่ตัวเองก็ไม่ได้ตั้งใจ แต่ทำให้หัวใจพองโตมาก ๆ ที่จะได้ทำอะไรให้ ใครหลาย ๆ คนที่เราไม่รู้จัก และเขา ก็ “ไม่เห็น” เรา





กลับมาสู่ เกือบปัจจุบัน ย้อนไปนิดนึง เมื่อสัก 3-4 ปีที่แล้ว

นกทำงานหนักมาก รับเวรเช้าต่อดึก อยู่ประมาณครึ่งปี

คิดง่าย ๆ ว่า มีเวลานอนข้ามคืนจริง ๆ ที่ห้อง แค่ 3-5 วันต่อเดือน 


อีก 20 กว่าวันที่เหลือ คือ ไปเข้าเวร ซึ่งต้องตื่นมาทำงาน ตลอดคืน สี่ทุ่ม ห้าทุ่ม ตีหนึ่ง ตีสอง ยันเช้า.... แล้วก็ไปต่อเวรเช้าต่อ ทำงานถึง สี่ห้าโมงเย็น ค่อยนอนพัก 3 ชั่วโมง แล้วต่อเวรใหม่ ..วนกันไปเช่นนี้


งาน คือ ดูประวัติเจ็บป่วย เช็คความเหมาะสมในการใช้ยา ดีลกับหมอ ช่วยดูแลการจัดยา เช็คความถูกต้องของยาที่จัด ดีลกับการเงินเรื่องสิทธิ์คนไข้ แล้วค่อยจ่ายยาคนไข้เป็นอันเสร็จสิ้น ทำแบบนี้แต่ละเคส ทุก 30 นาที - 1 ชั่วโมง


จนมีความเบลอ งงวัน งงคืน ... ไม่มีความต่างของวันจันทร์ถึงอาทิตย์

เพราะทุกวัน จะมีคิวงานคอยอยู่ จัดคิวเวรวางแผนล่วงหน้าเป็นเดือน ซึ่งมีการแทรกเวรด่วน(มีเภสัชป่วย) เวรยก(จากคนอื่นยกให้) อีกด้วย 


แอดนกเคยนอน charge พลัง ตอนหัวค่ำ แล้วตื่นขึ้นมา.. เห้ย..เลยเวลาขึ้นเวร .. (เพราะร่างกายน็อคสุด ๆ)

ต้องรีบขอให้คนอื่นช่วยต่อเวลาให้.. เป็นความรู้สึกที่แย่มาก ๆ


ที่สำคัญ อาการ “ตัวหนัก สมองหนัก” คือ หน่วง ๆ เหนื่อย ๆ โลกข้างในจะค่อย ๆ อึน เซ็ง เบื่อ ๆ กับชีวิต .. เกิดมากขึ้นเรื่อย ๆ


จนมีคำถามในใจดัง ๆ ว่า

นี่คือชีวิตกรูเหรอ?

จะเป็นแบบนี้อีกนานเท่าไร?

ไหวเหรอ?


มีเงิน แต่ไม่มีชีวิต (ชีวา) และอาจจะไม่มี “ชีวิต” เหลือ

ถ้าเจ็บป่วยด้วยการโหมงาน ก็เลย clear cut ตัดสินใจถอยออกมาจากวันวนนั้น

(นกเข้าใจและเห็นใจ คนสายงานเดียวกัน และคนขยันอีกมาก ที่โหมงานหนัก ๆ เป็นกำลังใจให้ และขอให้มีช่องทางที่ทำให้คุณภาพชีวิตคุณดีขึ้นนะ)





ด้วยความที่ว่า นกเป็นคนชอบ “ใช้กำลัง” (ออกกำลังกาย) อยู่แล้ว มันเลยรู้ว่า สิ่งที่จะช่วยให้เรากลับมา active คือ การได้เหงื่อ .. จากการวิ่งและว่ายน้ำ

เลยได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ ในวัย 30 ปลาย ๆ 


อย่างวิ่งในสวนสาธารณะ วิ่งในงาน ว่ายน้ำเป็นชั่วโมง

และเข้ากลุ่มวิ่งขาโหด อย่าง cityrun 

Cityrun คือ วิ่งรอบเมือง วิ่งบนถนน วิ่งบนฟุตบาท .. มี passion กันมาก ๆ วิ่งกันทีละ 30-50 กม. ตั้งแต่ตีสี่ตีห้าไปยันสิบโมง


ช่วงนั้น นกจะขยันวิ่งหนักมาก ๆ และยังเป็นแรงกระตุ้นให้ คุณพ่อ คุณแม่ น้อง ๆ มาวิ่ง พร้อมหน้ากัน ในงานวิ่งใกล้ ๆ บ้าน นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดี ๆ สำหรับครอบครัวเรา


ต้องบอกก่อนว่า โดยรวมทุกคนในบ้าน จะออกกำลังกายด้วยการเดิน วิ่ง เล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่แล้ว 


น้องชายก็เป็นหนึ่งในทีมไตรกีฬา “ไก่แด้นซ์” รุ่นแรก ซึ่งมาจาก คำว่า guidance ที่ อาจารย์เปี๊ยก ริเริ่ม ให้น้อง ๆ ชาวจิตวิทยา มศว. มาทำกิจกรรมดี ๆ ด้วยกัน



เมื่อ achieve กับเป้าหมาย คือ วิ่งได้ระยะยาวขึ้นเรื่อย ๆ ความรู้สึกเติมเต็มในครอบครัวมีมากขึ้น มันก็รู้สึกดีกับตัวเองในทุกวัน



หลังจากนั้น นกก็เริ่มมองหาความท้าทายใหม่อีก

คือ อยากเอาสิ่งที่ชอบ ทำประโยชน์ให้คนอื่นได้ด้วย

 

ซึ่งไม่รู้ทำไม.. นอกจาก หมาแล้ว.. คนกลุ่มแรก ๆ ที่นึกถึง ก็คือ คนตาบอด 





เลยไปสแกนดูกลุ่มแนววิ่ง ๆ ออกกำลังกาย ในเฟสบุ้คอีก (กลุ่ม cityrun ก็มาจากหาในเฟสบุ้คนี่ล่ะ)

จนวันนั้นแหล่ะที่เจอ กลุ่ม “วิ่งด้วยกัน” 


ซึ่งทำให้ได้รู้จักการเป็น “ไกด์รันเนอร์” #GuideRunner 

อาสาที่พาเพื่อนผู้ที่พิการวิ่ง ซึ่งมี “คุณแจ็ค กลุ่มวิ่งด้วยกัน” เป็นแกนนำ (ลองแวะไปในกลุ่มได้)


เพื่อนเหล่านี้ อาจเป็นคนที่มองไม่เห็นเลย เห็นเรือนลาง หูไม่ได้ยิน แขนขากล้ามเนื้อมีปัญหา วีลแชร์ ฯลฯ

เรารู้เลยว่า .. ใช่แล้ว .. ที่นี่แหล่ะ ..หัวใจพองโต อีกครั้ง


ทำไมถึงต้องพาเขาวิ่ง ...

คิดดูสิ .. คนตาดี มีมากแค่ไหนที่ขี้เกียจ แม้แต่จะยกร่างขึ้นมาขยับ... 


แต่คนที่เขา..ร่างกายไม่อำนวย แต่ ‘ใจเต็ม’ อยากออกกำลัง อยากวิ่ง อยากสูดอากาศ อยากเอาชนะขีดจำกัดทางกายภาพ หรือ อยากอะไรก็ช่าง ฯลฯ...

เขารอ รอ แค่ใครสักคน มาช่วย “เป็นหูเป็นตา” เดินหรือวิ่งเคียงกัน เพียงไม่กี่ชั่วโมง

อย่างนี้ น่าช่วยไหม .. 


เชื่อว่าอาสาสมัคร นับร้อยนับพันคน ที่มา “เช็คชื่อ” ไว้ที่นี่ ก็ด้วยความเต็มใจ อยากช่วยจริง ๆ 





และจากกลุ่มนี้.. แม้นกจะร่วมกิจกรรมกับเขาน้อยเต็มที หากเทียบกับขาประจำคนอื่น ๆ และเพื่อนพี่น้องที่มีเวลามากกว่า

แต่.. ก็ทำให้นกได้รู้จัก เพื่อนใหม่สองคน คือ คุณเปรมและพี่โจ้ ซึ่งทั้งคู่มองไม่เห็น..


คุณเปรม ..เราได้วิ่งด้วยกันหลายครั้ง หลายงาน ซึ่งเราได้สร้างประสบการณ์สนุก ๆ ร่วมกัน .. เป็นครั้งแรกที่คุณเปรมได้ราดน้ำใส่ “หัว” เพื่อ refresh และ ลดความร้อน... สนุก.. เหมือนได้กลับไปเป็นเด็ก



นกได้ชวนเพื่อนที่รู้จักจากกลุ่ม Cityrun คือ พอลล่า มาวิ่งเป็นไกด์กับคุณเปรมด้วย (ทุกวันนี้ ก็ยังนัดวิ่งด้วยกันบ้าง)



น้องสาวของแอด คนที่ปกติแล้วจะปฏิเสธ “กิจกรรมสร้างเหงื่อ” ก็ได้มาแจมเป็นไกด์กับคุณเปรมด้วย.. (ปลื้มใจ อย่างไม่ต้องสงสัย)..


ส่วนพี่โจ้ ..นกได้รู้จัก เพราะพี่โจ้ประกาศในกลุ่มว่า วันนี้จะไปยืนคอย ในสวนลุม เวลา 17-18 น. ใครจะพาวิ่งได้บ้าง ..นกเลยเข้าไปรับอาสา และเกิดการชวนเพื่อนอีกคนให้ไปเป็นอาสา guest แบบไม่ทันตั้งตัว แต่ก็สนุกดี.. 



ความดี ทำได้โดยไม่ต้องตั้งตัว.. มันวัดใจกันก็ตรงนี้





พี่โจ้ เล่าว่า จะมีตำแหน่งนัดหมายประจำ ในสวนลุม

แกจะถือป้ายขนาด A4 เขียนใจความว่า “ขออาสา ช่วยพาผู้พิการทางสายวิ่งด้วยครับ” 


แกบอกว่า แกเดินทางมาหลังเลิกงาน อยากออกกำลัง ก็ใช้ไม้เท้านำทางมากับเป้ใบใหญ่

ถือป้ายนี้ คอย.. และ คอย


บางวัน ก็ยืนคอยไปเรื่อย ๆ เป็นชั่วโมง ก็ไม่มีใครมาช่วยพาวิ่ง

แล้ว..แกก็ต้องเดินกลับ .. 





วันหนึ่ง จากการที่เห็นประกาศจาก “เพื่อนที่มองไม่เห็น” ใน facebook

“รับอาสาสมัคร สอนศิลปะป้องกันตัวให้คนตาบอด”


คำถามแรกที่ผุดขึ้นมา คือ อย่างเราไม่มีความรู้จะช่วยอะไรได้?

แต่ก็คิดว่า .. ก็ไม่มีอะไรเสีย.. อย่างน้อย ถ้าเขารับ เราก็ได้ช่วย.. แล้วเราก็คงได้วิชาติดตัวกลับมาบ้าง ไม่เห็นเป็นไร


หลังจากสอบถามและสบายใจ ว่าคนไม่มีความรู้ก็มาเป็นอาสาได้ เพราะมี “ครูปลาย” เป็นครูสอนหลักอยู่แล้ว..

เราก็หัวใจพองโต จะได้ทั้งช่วยคนและได้ “วิชา” ละงานนี้

สถานที่จัดคลาส ศิลปะป้องกันตัว MMA ให้คนตาบอด ไม่ได้สร้างความลำบากให้นกกับน้องเลย เพราะไม่ไกลจากที่พัก (ย่านวงเวียนใหญ่)


แต่คนที่ต้องขับรถมาไกล ๆ คือ ครูปลาย ครูอาสาคนอื่น และเพื่อน ๆ ที่มองไม่เห็น ต้องมาด้วย “ใจ” สักแค่ไหน ..นั่นคือ ความซูฮก ที่นกยกนิ้วให้ 




ครูปลาย เป็นหนุ่มหน้าตาดี ตัวสูงพอ ๆ กับนก เห็นครั้งแรก ยังนึกว่าเป็น อาสา

เพราะหน้าอ่อนมาก 


จนกระทั่งมีการแนะนำตัว พูดคุยกันทั้งคลาส (และจากข้อมูลที่ทราบเพิ่มเติมเรื่อย ๆในภายหลัง) ถึงได้รู้ว่า



ครูปลาย เป็นคนเจเอสแอล JSL เป็นเทคอนโดสายดำ มี passion และฝึกฝนทักษะชั้นสูง ในการเล่นศิลปะป้องกันตัวหลายรูปแบบ ทั้งใช้และไม่ใช้อาวุธ (พ่วงด้วยตำแหน่งที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวกับ MMA อีกมากมาย)

นับเป็นคน “คุณภาพ” ที่มีใจอาสา สมควรปรบมือให้อีกคนนึงเลยทีเดียว..


(แม้ภายหลังจบคลาสแล้ว ครูปลายยังเอื้อเฟื้อคำแนะนำต่าง ๆ ให้ในฐานะลูกศิษย์และครูในหลาย ๆ เรื่อง ต้องขอบพระคุณครูด้วยนะคะ)





คลาสสอน MMA เพื่อคนตาบอดนี้ นอกจากให้คนตาบอดและอาสา ง๊องแง๊งอย่างนกและน้อง (รวมถึงเพื่อน ๆ อีกหลายคนที่ถูกนกหลอกให้มาแจม 555) ได้วิชาใช้ดูแลตัวเองกันอย่างฟรี ๆ 


ยังเป็นไปเพื่อนำร่อง ทำหลักสูตรสอนวิชาป้องกันตัวที่ใช้ได้จริงแก่คนตาบอด

ซึ่งทางสมาคมคนตาบอด ได้ประสานกับครูปลาย

ซึ่งในต่างประเทศก็มีอยู่บ้าง แต่ในไทย ครูปลาย เป็นคนแรกที่ทำ 


อยากบอกครูว่า หากมีอะไรให้ช่วย นกจะเป็นหนึ่งในนั้นที่สนับสนุนนะคะครู (แม้จะมีกำลังเพียงแค่หยิบมือเดียว)


ช่วงเวลาประมาณ 1 ปีที่ “พวกเรา” ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน

แม้ไม่ได้นัดทุกสัปดาห์ เป็นอาทิตย์เว้นอาทิตย์ เว้นสองอาทิตย์บ้าง

เป็น moment เห็นความภูมิใจ ไม่ใช่แค่ทักษะใหม่ ๆ แต่คือ วิธีการคิด mindset ที่ครูปลายบอกว่ามันสำคัญยิ่งกว่า



ในคลาส MMA นกได้รู้จัก “เพื่อนที่ตามองไม่เห็น” เกือบสิบคน

ขอเรียกว่า เป็นแกนนำคนพิการรุ่นใหม่

ที่มา เปิดตา เปิดกะโหลก ให้คน “ตามองเห็น” อย่างนกได้แบบ real real


บางคน เก่งมาก ใช้เทคนิคเอคโค่โลเคชั่น Echo location ในการ “เห็น” สิ่งที่อยู่รอบตัว ...เสริมกับการใช้ “ไม้เท้าขาว” 


คือ สามารถที่จะดีดอุปกรณ์ แล้วก็จับสัมผัสจากการสะท้อนคืนกลับ

ทำให้รู้ว่าตรงไหน มีของทึบ..กำแพง ของใสแข็ง..กระจก ทางโปร่ง...เดินได้

ซึ่งเป็นทักษะขั้นสูง ฝึกฝนจากต่างประเทศ ทำได้ไม่กี่คนในประเทศไทย


ซึ่งทำให้นกรู้สึกประหลาดใจมาก เวลาซ้อม MMA กัน

เนื่องจากเขาสามารถรู้ทิศทางการเคลื่อนไหวของคนที่กำลังจะ attack ได้ ตั้งแต่เริ่ม ๆ 



ครูปลาย ลองให้อาสาที่ “ตาเห็น” หลับตาลง เมื่อเราเป็น ฝ่ายถูก attack จากครูและอาสาที่ลืมตา เพื่อให้เข้าใจ feeling ว่ามันต้องใช้สมาธิ และมีสติ แค่ไหน


ระหว่างที่เปลือกตาถูกปิด.. ท่ามกลางความคิดและความกลัว คุณจะไม่มีสมาธิ และขาดสติ ที่จะรับรู้สิ่งรอบตัว .. นั่นคือ ช่องทางที่จะถูก “ทำร้าย”

มันเป็น การฝึกจิต ที่เข้ากับจริตของนกจริง ๆ.. 


ขอบคุณทุกอย่าง..อะไรก็ตามที่ทำให้เราได้อยู่ในคลาสนั้น

ทุกครั้งที่เข้าคลาส MMA สอนคนตาบอด 

นกจะได้กำลังใจกลับมาอย่างมาก




ด้วยความที่เคยชิน..ชอบเทียบตัวเองกับคนอื่น

ทำให้คิดว่าที่คนที่เขาดูมีข้อจำกัดมากกว่าเราในการใช้ชีวิตทุกๆด้าน

ช่างมีกำลังใจ และมีความมุ่งมั่นเหลือเกิน ที่จะไม่ยอมแพ้


ครูปลายและครูอาสาที่มา เป็นวิศวกร เป็นทนาย ซึ่งบางท่านเป็นนักมวยอาชีพมาก่อน (ยังเคยสอนมวยเพิ่มเติมให้นกด้วย จนนกซื้อหุ่นซ้อม..ไว้เป็นของรักส่วนตัว)..เรียกได้ว่า ไม่ใช่ “คนว่างงาน” 

..แต่ทุกคนจัดสรรเวลา เพื่อ “ช่วย” คนที่อ่อนแอหรือด้อยกว่า


แม้แต่ พี่อุ้ม ..เจ้าของสถานที่ ก็ยกห้องยิม ให้เราซ้อม MMA มวย และสอนเล่นโยคะฟลายให้เรา หลายชั่วโมง ด้วยความเต็มใจ.. ไม่คิดสตางค์





ต้องมีการ “เสียสละ” จึงมีการขับเคลื่อน

ต้องมีคน “ใจใหญ่” พอ จึงเกิดเรื่องราวที่เปลี่ยนแปลงสิ่งเดิม ๆ 


อย่ายอมแพ้ต่อความเหน็ดเหนื่อยในการทำ “ความดี”

ทำหน้าที่ของเราให้ดีต่อไป..ทำในสิ่งที่ควรทำ


ช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด

ดูแลคนที่เรารักและรักเรา โดยเฉพาะคนในครอบครัว

แล้วโปรดอย่างลืมแบ่งปัน..ถึงคนอีกมากมายที่ด้อยโอกาสกว่ารวมถึงสัตว์ที่ขาดที่พึ่ง


“ถึงไม่ช่วย ก็โปรดอย่าทำร้ายกัน”

การพยายามสอน MMA ให้คนตาบอด ส่วนหนึ่ง ก็เพราะความจริงที่ว่า

มี “คนเลวระยำ” อาศัยความอ่อนแอและข้อจำกัดทางกายของคนที่มองไม่เห็น

ไปทำร้าย ชิงทรัพย์ ข่มขืน ฯลฯ ซ้ำเติมพวกเขา.. (เลวได้กว่าสัตว์ ก็คือคน!!)





ยังมีหลายกิจกรรมการอาสาเพื่อคนตาบอด เช่น กลุ่มอ่านหนังสือ ช่วยให้คนตาบอดได้เข้าถึง ตำราเรียน หรือข้อมูลเพื่อใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกขึ้น


อย่าลืมว่า ภาพที่คนสายตาพิการถ่าย มักไม่ชัด focus ไม่ดี ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ AI ไม่สามารถอ่านภาพ ให้พวกเขา “ฟัง” ได้ 


..เทคโนโลยีดี แต่การถ่ายภาพของเพื่อนที่มองไม่เห็น ยังมีข้อจำกัดอยู่.. 





ซึ่งนกได้มีโอกาสทำ เช่น การอ่านข้อมูลใน pdf เพื่อให้น้องที่ตาไม่เห็น ใช้อ่านสอบเนติ ..เขาบอกว่า ผมอยากเป็นคนตาบอดที่ สอบเนฯ ได้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนตาบอดคนอื่น.. พี่ดีใจและเอาใจช่วยนะน้อง





ถ้าอยากสัมผัสว่า “สิ่งเล็ก ๆ” ที่คุณทำ ส่งผล “ยิ่งใหญ่” ต่อใจผู้รับ (ที่ขาดโอกาส)ขนาดไหน 

ช่วยยื่นมือเข้ามา..ถามเขาหน่อยว่า ให้ช่วยอะไรไหม?

แล้วคุณจะเข้าใจอย่างไม่มีวันลืม




ไม่ใช่ว่า นกจะไม่เคยช่วยใครแล้วโดนหลอกลวง .. มี!!

มันทำให้เราได้เรียนรู้คนและทำให้เลือก “ช่วยตามกำลัง”

กับคนที่เราจะรู้สึกได้ว่าควรค่าแก่การช่วย มากขึ้น





นกขอจบเรื่องราวตอนนี้ไว้เพียงเท่านี้


ขอให้ทุกคนแฮปปี้กับการใช้ชีวิตในทุก ๆ วัน

ใช้เวลาให้คุ้มค่ากับการที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ และยังมีลมหายใจอยู่

ที่สำคัญ “ถ้าหัวใจคุณยังเต้น ..คุณต้องทำหน้าที่ต่อไป”


ขอบคุณที่ติดตามไดโนสคูลและ “การ์ตูนจิตวิทยา สีน้ำ” ไดโนและเพื่อน


ชอบกด LIKE เป็นกำลังใจให้แอดนก

หรือ กด SHARE เพื่อแบ่งปัน สร้างพลังบวกให้กันนะคะ


หากอยากให้กำลังใจเป็นรูปธรรม ด้วยการให้ “ทิป Tip แอด (บริจาคตัดบัตรเครดิต) ทำได้ที่ช่องทางด้านล่างบทความนี้นะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

แอดนกมอบทั้งหมดให้คุณพ่อคุณแม่ ไว้ใช้ทำบุญ และช่วยเป็นอาหารหมาจร อย่างน้อย ก็ แก๊งค์ “หมาเฉาก๊วยสุดขี้ริ้ว” ที่อุ้มออกมาจากโพรงหญ้าเมื่อ 10 เดือนก่อน (มีป่วยตายบ้าง หาบ้านใหม่ให้ได้ 1 ตัว)

รวมถึง “หมาอนาถา” ที่ตอนนี้ กลายเป็น “หมาปุ๊กลุ๊ก” และ “หมาร่าเริง” อยู่ด้วยกันทุกวันนี้ 8 ตัว (เพิ่งจับทำหมันกันไปได้ 7 ตัว อีกตัวไม่เคยจับได้แต่ไหนแต่ไรมา มาขอกินขออาศัย แต่ไม่ให้จับตัว!!!)


นก ขอแนบช่องทางการติดตาม ไดโนสคูลและ ไดโนและเพื่อน ไว้ดังนี้นะคะ

Blockdit

https://www.blockdit.com/dinoschool

Maggang

https://dinoschool.maggang.com

NoozUp

https://www.noozup.me/profile/whitelineknk

YouTube

https://www.youtube.com/channel/UCPj51BrBjvAcc2QU_V5R1yg?sub_confirmation=1

Facebook

https://web.facebook.com/DinoandFriends.Bluedino

Instagram

https://www.instagram.com/dinoandfriends.bluedino

Twitter

https://twitter.com/friends_dino

สะดวกช่องทางไหน เลือกติดตามได้เลยนะคะ.. ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

แอดนกไดโน



ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

วันสำหรับช่วยเพื่อนที่มองไม่เห็น..มีได้ทุกวัน